สถิติเว็บไซต์
 

 

ประวัติ ?พรรคการเมืองแนวร่วมภาคประชาชน?



วันที่ 8 พฤษภาคม 2548 เป็นวันที่จะต้องถูกจารึกไว้ในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทย เพราะได้มีการจัดตั้ง พรรคการเมืองแนวร่วมภาคประชาชน ขึ้นอย่างเป็นทางการ แม้ว่าจะยังไม่มีการจดทะเบียนตาม   ...พรรคการเมืองก็ตาม


การสร้างพรรคการเมืองของภาคประชาชนเป็นที่ถกเถียงกันมานานแล้วจากขบวนการในภาคประชาชนบางกลุ่ม แต่ยังไม่เคยเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมเสียที ทั้งยังมีนักกิจกรรมรวมไปถึง
NGOบางกลุ่มออกมาคัดค้านว่า

           
 ?เราไม่ควรจัดตั้งพรรคการเมืองเพราะท้ายที่สุดมันจะทำให้เรากลายเป็นรัฐและเป็นผู้กดขี่เสียเอง? คาดว่าคนเหล่านี้อาจจะฝังใจอยู่กับอดีตคงจะกลัวว่าเมืองไทยจะเป็นคิวบาแห่งที่ 2 (ฟิเดล คาสโตร ในอดีตเป็นนักศึกษาหัวก้าวหน้าที่กลับมาปฏิวัติยึดอำนาจจากจอมเผด็จการบาติสตา และกลายเป็นผู้ปกครองจอมเผด็จการเสียเอง)

           


เมื่อวันที่
5 และ 6 กุมภาพันธ์ 2548 ได้มีการจัดเสวนาเรื่องวิกฤต? ภาคประชาชนไทยภายใต้รัฐบาลทักษิณ2 ?ได้มีการเชิญตัวแทนของภาคประชาชนหลายๆกลุ่มมามาร่วมการเสวนา บรรยากาศการแลกเปลี่ยนเต็มไปด้วยความแตกต่างทางความคิดแต่ก็มีความสมานฉันท์ เพราะทุกคนมีศัตรูตัวเดียวกันนั่นคือระบบทุนนิยมที่ขูดเลือดขูดเนื้อและกดขี่ชนชั้นกรรมาชีพและคนชั้นล่างชนิดโงหัวไม่ขึ้น ทั้งยังเจาะเวลาหาอดีตไปยุคสมัยจอมพล ป. นำเอาลัทธิชาตินิยมมาใช้(ปลุกใจให้คนรักชาติและรังเกียจคนที่แตกต่างจากตน)การเสวนาในช่วงแรกๆก็จะเป็นไปในลักษณะการหยิบยกเอาปัญหาของภาคประชาชนในกลุ่มต่างๆขึ้นมาถกกัน ในวันที่6(ตรงกับวันเลือกตั้ง)ซึ่งเป็นวันสุดท้ายได้มีการร่วมกันเสนอทางออกซึ่งทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าเราจะไม่หวังพึ่งพรรครัฐบาลที่หวังกอบโกยจากประชาชนให้มากที่สุด และเราก็ไม่สามารถพึ่งพรรคฝ่ายค้านที่พร้อมจะปกป้องผลประโยชน์ของตนแต่ไม่พร้อมที่จะปกป้องผลประชาชนดังนั้นคำตอบสุดท้ายคือเราต้องจัดตั้งพรรคที่เป็นของเราอย่างแท้จริง

           
หลังการเสวนาในวันที่
6 เสร็จสิ้นลง ได้มีผู้ลงนามแสดงเจตจำนงที่จะตั้งพรรคและได้ตกลงกันว่าในวันที่ 19 มีนาคม เราจะมาประชุมกันอีก เมื่อถึงวันนัดก็ได้มีการประชุมกันเพื่อร่วมกันร่างนโยบายขึ้นมา การประชุมครั้งนี้แม้จะเครียดแต่ก็มีบรรยากาศของมิตรภาพ ท้ายสุดได้มีการร่างออกมาเป็นนโยบาย 9 ข้อ ซึ่งทุกข้อเป็นนโยบายการทวงคืนสิทธิของกรรมาชีพและชนชั้นล่างที่ได้ถูกนายทุนและชนชั้นปกครองเบียดบังไป และว่าที่สมาชิกพรรคก็ได้มีการเลือกตั้ง?คณะกรรมการจักตั้งพรรค?จำนวน 7 คน เพื่อไปร่างนโยบายที่ได้ประชุมกันไว้ออกมาและร่างกฏระเบียบของพรรคออกมาเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ในการประชุมใหญ่ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 พฤษภาคม 2548 โดยระหว่างนั้นคณะกรรมการจัดตั้งพรรคได้ประชุมร่วมกันหลายครั้งเพื่อร่างกฎระเบียบพรรคออกมาเป็นรูปธรรมเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ให้การรับรอง ซึ่งหากที่ประชุมให้การยอมรับพรรคก็จะถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ

           
วันประชุมใหญ่มีผู้เข้าร่วมประชุมหลากหลาย ทั้งนักศึกษา ตัวแทนสหภาพ กรรมกร ตัวแทนชาวบ้าน นักวิชาการ และ นักเรียนมัธยม ที่ประชุมได้ทำการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารเพื่อทำงานจัดการงานบริหารแต่คณะกรรมการชุดนี้มาจากการเลือกตั้งโดยเสียงส่วนใหญ่ บริหารงานตามความต้องการของสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ ไม่มีอำนาจตัดสินใจโดยพละการ และหากบริหารงานไม่เหมาะสมสมาชิกก็มีสิทธิถอดถอนได้ตลอดเวลา  ซึ่งแสดงถึงประชาธิปไตยภายในองค์กรได้เป็นอย่างดี

           
ในที่สุดพรรคแนวร่วมที่เป็นของภาคประชาชนโดยแท้จริงก็ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว แต่การตั้งพรรคนี้จะไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าไม่มีประชาชนคนเดินดินมาร่วมด้วย หมดเวลาหวังพึ่งนักการเมืองนายทุนซึ่งก็เหมือนต้นไม้ในทะเลทรายที่รอคอยน้ำฝน(ที่ไม่มีวันตก)เราต้องพึ่งตัวเองโดยใช้พรรคของเราเองเป็นเครื่องมือ ที่สำคัญเราต้องเลิกแบ่งแยกกันเองเพียงเพราะความแตกต่างบางประการ(ซึ่งความแตกต่างเหล่านี้มักถูกตีตราขึ้นโดยรัฐเพื่อสลายความเข้มแข็งของภาคประชาชน)เราต้องก้าวให้ข้ามอคติทำงานร่วมกันและไม่เคลื่อนไหวแยกส่วน เพื่อสร้างอำนาจการต่อรองให้แก่ตัวเราเอง มาร่วมกันทำพรรคนี้ให้เป็นพรรคการเมืองของประชาชน เพื่อรับใช้ประชาชน ที่แท้จริงกันเถอะ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของพวกเราเอง

 

 

 

 

 

 

 
 
องค์กรเลี้ยวซ้าย ตู้ ป.ณ.2049 ป.ณ.ฝ.จุฬาลงกรณ์ กรุงเทพฯ 10332 Email : pcpthai@gmail.com